THAI REAL ESTATE
BUSINESS SCHOOL
Eng
Thai
สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เก็บเท่าไหร่ มีวิธีคำนวณยังไง
Share via
   
ดูทั้งหมด Post: 03 ธันวาคม 2019

สรุปภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเก็บเท่าไหร่มีวิธีคำนวณยังไง

 

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประกาศใช้เริ่ม 1 มกราคม 2563 ที่ดินแต่ละประเภทต้องเสียภาษีเท่าไหร่มีวิธีคำนวณยังไงตามลักษณะการใช้ประโยชน์ได้แก่ 1 เกษตรกรรม 2 ที่อยู่อาศัย 3 พาณิชยกรรม 4 ที่ดินรกร้างว่างเปล่าโดยคิดอัตราภาษีเป็นรูปแบบขั้นบันไดเพิ่มขึ้นตามมูลค่าดังนี้

 

หมายเหตุ : เป็นอัตราภาษีที่ดินเฉพาะในช่วง 2 ปีแรกคือมีผลบังคับใช้ปี 2563 ถึง 2564


หลักสูตร การวางแผนภาษีและการจัดทำบัญชีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (RE151)
รุ่นที่ 46, วันพุธที่ 19 - พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08:30 - 17:00 น.


ใครต้องเสียภาษีและเสียในอัตราเท่าไหร่

เจ้าของที่ดิน เจ้าของสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของห้องชุด ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือทำประโยชน์ในทรัพย์สินของรัฐ (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)

 

  1. เกษตรกรรม เพดานภาษีสูงสุด 0.15% สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ และกิจการอื่นตามที่ประกาศกำหนด

  • 0 - 75     ล้านบาท    อัตรา 0.01% ล้านละ 100 บาท

  • 75-100 ล้านบาท    อัตรา 0.03% ล้านละ 300 บาท

  • 100 - 500 ล้านบาท    อัตรา 0.05% ล้านละ 500 บาท

  • 500 - 1,000 ล้านบาท    อัตรา 0.05% ล้านละ 700 บาท

  • 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป    อัตรา 0.10% ล้านละ 1,000 บาท 

 

ตัวอย่าง กรณีเจ้าของที่ดินเป็นบุคคลธรรมดา จะได้รับการยกเว้น 50 ล้านบาทแรก หากมีส่วนเกิน ค่อยนำมาคิดภาษี เช่น นายเอ เป็นเจ้าของที่ดินเกษตรกรรม มูลค่า 60 ล้านบาท หัก 50 ล้านบาทแรกออก เหลือส่วนเกิน 10 ล้านบาท จะต้องเสียภาษี 0.01% เท่ากับ 1,000 บาท

 

  1. ที่อยู่อาศัย เพดานภาษีสูงสุด 0.3 เปอร์เซ็นต์กรณีบ้านหลังหลักโดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจะได้รับการยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก

  • ไม่ถึง 25 ล้านบาท    อัตรา 0.03% ล้านละ 300 บาท

  • 25 - 50 ล้านบาท    อัตรา 0.05% ล้านละ 500 บาท

  • 50 ล้านขึ้นไป        อัตรา 0.10 % ล้านละ 1,000 บาท

 

ตัวอย่าง กรณีทรัพย์สินมีมูลค่าไม่ถึง 50 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้นภาษีไปเลย แต่หากมีส่วนเกิน ให้นำส่วนเกินมาคิดภาษี เช่น นายบีมีบ้านพร้อมที่ดินมูลค่า 75 ล้านบาทและมีชื่อในทะเบียนบ้านส่วน 50 ล้านบาทแลกได้ยกเว้นภาษีส่วนที่เหลือ 25 ล้านนำมาคำนวณภาษี 0.03% 7,500 บาท

 

* บุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านจะไม่ได้ยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก

 

กรณีบ้านหลังหลักโดยบุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

 

  • ไม่ถึง 40 ล้านบาท    อัตรา 0.02% ล้านละ 200 บาท

  • 40 - 65 ล้านบาท    อัตรา 0.03% ล้านละ 300 บาท

  • 65 - 90 ล้านบาท    อัตรา 0.05% ล้านละ 500 บาท

  • 90 ล้านขึ้นไป        อัตรา 0.10% ล้านละ 1,000 บาท

 

ตัวอย่าง กรณีมีบ้านบนที่ดินเช่า หรือปลูกสร้างบนที่ดินคนอื่น จะได้รับการยกเว้นภาษีเฉพาะ 10 ล้านบาทแรก หากมีส่วนเกินก็ให้นำมาคำนวณ เช่น

  • มีบ้านปลูกสร้างอยู่บนที่ดินเช่ามูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาทและมีชื่อในทะเบียนบ้านจะไม่ต้องเสียภาษี

  • มีบ้านบนที่ดินเช่ามูลค่า 30 ล้านบาทและมีชื่อในทะเบียนบ้านดังนั้น 10 ล้านบาทแลกได้รับการยกเว้นส่วนที่เหลือ 20 ล้านบาทจะนำมาคิดภาษีที่ 0.02% 4,000 บาท

 

  1. กลุ่มพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม เพดานภาษีสูงสุด 1.2%

  • 0 - 50 ล้านบาท        อัตรา 0.3% ล้านละ 3,000 บาท

  • 50 - 200 ล้านบาท    อัตรา 0.4% ล้านละ 4,000 บาท

  • 200 - 1,000 ล้านบาท    อัตรา 0.5% ล้านละ 5,000 บาท

  • 1,000 - 5,000 ล้านบาท    อัตรา 0.6% ล้านละ 6,000 บาท 

  • 5,000 ล้านบาทขึ้นไป    อัตรา 0.7% ล้านละ 7,000 บาท

 

  1. ที่ดินรกร้างว่างเปล่าไม่ได้ทำประโยชน์ เพดานภาษีสูงสุด 1.2% แต่จะเพิ่มเป็น 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อปล่อยรกร้างว่างเปล่าติดต่อกัน 3 ปี หมายถึง ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรหรือถูกปล่อยทิ้งไว้ว่างเปล่า

 

  • 0 - 50 ล้านบาท        อัตรา 0.3% ล้านละ 3,000 บาท

  • 50 -200 ล้านบาท    อัตรา 0.4% ล้านละ 4,000 บาท

  • 200 - 1000 ล้านบาท    อัตรา 0.5% ล้านละ 5,000 บาท

  • 1,000 - 5,000 บาท    อัตรา 0.6% ล้านละ 6,000 บาท

  • 5,000 ล้านบาทขึ้นไป    อัตรา 0.7% ล้านละ 7,000 บาท

 

หอย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ใน 3 ปีแรกของของเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่ หากผู้เสียภาษีมีภาระที่ต้องจ่ายสูงกว่าที่เคยจ่ายภาษีโรงเรือนและที่ดิน หรือภาษีบำรุงท้องที่ ให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีตามจำนวนประเมินในปีก่อนหน้าที่กฎหมายนี้บังคับใช้ แล้วเหลือภาระภาษีเท่าไร ให้ชำระส่วนที่เหลือ ดังนี้ 

  • ปีที่ 1 จ่าย 25% ของจำนวนภาษีที่เหลือ

  • ปีที่ 2 จ่าย 50% ของจำนวนภาษีที่เหลือ

  • ปีที่ 3 จ่าย 75% ของจำนวนภาษีที่เหลือ

 

ทั้งนี้อัตราการเก็บภาษีมูลค่าแบบขั้นบันไดดังกล่าวจะบังคับใช้ใน 2 ปีแรก 2563-2564 ส่วนปีต่อไปจะพิจารณาเก็บอัตราเพดานสูงสุดอีกที

 

หมายเหตุ : การคิดภาษีที่ดินแต่ละประเภทจะใช้มูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินจากกรมธนารักษ์โดยจะมีการปรับตามรอบบัญชีประเมินงบราคาทุก 4 ปี

 

ต้องเสียภาษีเมื่อไร ?

ตั้งแต่ 1 มกราคมเป็นต้นไป และต้องชำระภายในวันที่ 30 เมษายนของทุกปี

หากมียอดภาษี 3,000 บาทขึ้นไป สามารถผ่อนชำระได้ 3 งวด คือจ่ายในเดือนเมษายน, พฤษภาคม และมิถุนายน 


 

ทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นไม่โดนเรียกเก็บภาษีที่ดินดังนี้

  • สาธารณสมบัติของแผ่นดิน.

  • ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์

  • ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้หาผลประโยชน์

  • ที่ทำการองค์การสหประชาชาติหรือองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ

  • สถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ

  • ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย

  • ศาสนสมบัติที่ไม่ได้หาผลประโยชน์

  • ทรัพย์สินที่ใช้เป็นสุสานสาธารณะหรือฌาปนสถานสาธารณะ

  • มูลนิธิหรือองค์การที่ประกอบกิจการสาธารณะ

  • ทรัพย์สินของเอกชนที่ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

  • ทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร

  • ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม

 

ในที่สุดก็ได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉะนั้น การรู้และศึกษาข้อมูลให้ดี จะช่วยให้เราสามารถวางแผน เพื่อจัดการกับภาษีในอนาคตได้ดีขึ้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ราชกิจจานุเบกษา, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , kapook.com


[Tag] : สรุปภาษีที่ดิน , ขายที่ดินสียภาษีบุคคลธรรมดา , นิติบุคคลขายที่ดิน ต้องเสียภาษี , ภาษีธุรกิจเฉพาะ คำนวณภาษี, ซื้อ/ขายอสังหาริมทรัพย์ , วางแผนภาษี , ภาษีที่ดิน , ค่าธรรมเนียมการโอนคำนวณภาษีที่ดิน